ชาเขียว ก็คือ ชาที่ไม่ผ่านการหมัก เตรียมได้โดยการนำใบชาสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว ความร้อนจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ทำให้ไม่เกิดการสลายตัว ทำให้ได้ใบชาที่แห้งแต่ยังสดอยู่และยังมีสีที่ค่อนข้างเขียวจึงเรียกว่า ชาเขียว สารสำคัญที่พบได้ในชาเขียวได้แก่ กรดอะมิโน วิตามิน B, C, E, คาเฟอีน, ธิโอฟิลลีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า และสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (เป็นแคทที่พบมากที่สุดในชาเขียว) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ประโยชน์ของชาเขียว

ชาเขียวที่คนไทยนิยมบริโภคมีทั้งชาเขียวแบบใบและแบบบดละเอียดหรือเรียกว่ามัทฉะ ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราเช่นกันถ้าดื่มอย่างถูกวิธี โดยประโยชน์ของชาเขียวอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์เมดไทยและเว็บไซต์คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล มีดังนี้

  1. มีสารคาเฟอีนและธิโอฟิลลีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางส่งผลให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า
  2. มีสารอีพิกัลโลคาเทชินกัลเลต (EGCG) ซึ่งมีความสำคัญในการออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันจึงส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย
  3. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด และมีงานวิจัยทางคลินิคพบว่าชาเขียวมีฤทธิ์ต่อต้านการเกิดโรคของหลอดเลือดหัวใจด้วย
  4. ชาเขียวถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคตั้งแต่โรคปวดศีรษะไปจนถึงโรคซึมเศร้า ซึ่งในประเทศจีนมีการใช้ชาเขียวเป็นยามามากกว่า 4,000 ปีแล้ว
  5. ช่วยทำให้เจริญอาหาร
  6. แก้เมาเหล้า และทำให้สร่างเมา
  7. ช่วยแก้หวัด แก้ร้อนใน ช่วยขับเหงื่อ ขับสารพิษตกค้าง
  8. ช่วยให้ผ่อนคลายอารมณ์ สงบประสาท ระบายความร้อนจากศีรษะและเบ้าตา ทำให้สดชื่น ตาสว่าง ไม่ง่วงนอน และช่วยทำให้หายใจสดชื่น
  9. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ระบายความร้อนออกจากปอด และช่วยขับเสมหะ
  10. ช่วยแก้บิด ท้องร่วง ท้องเสีย
  11. ช่วยเพิ่มแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ จึงสามารถช่วยล้างสารพิษและกำจัดพิษในลำไส้ได้
  12. ช่วยป้องกันตับจากพิษและโรคอื่นๆ
  13. ช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
  14. ชาเขียวมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ต้านเชื้อ Botulinus และเชื้อ Staphylococcus
  15. ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและในไต
  16. ช่วยในการห้ามเลือดหรือทำให้เลือดไหลช้าลง
  17. ใช้เป็นยาพอกรักษาแผลอักเสบ แผลพุพอง ไฟไหม้ ฝีหนอง ช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ผิวร้อนแห้ง แมลงสัตว์กัดต่อย และยังใช้เป็นยากันยุงได้อีกด้วย
  18. ชาเขียวสามารถช่วยป้องกันโรคข้ออักเสบรูมาติก (Rheumatic arthritis) ซึ่งมีอาการอักเสบบวมแดง ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อ ที่มักเกิดกับสตรีวัยกลางคน

จากข้อมูลข้างต้นเห็นได้ว่าการดื่มชาเขียวมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ทั้งช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและไขมันส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น แล้ววิธีชงชาเขียวจะทำอย่างไร สามารถไปดูได้ใน บทความวิธีชงชาเขียวมัทฉะ นะคะ